2007/Oct/03

ชั้นเอาหัวเหม่งๆ หายไปจาก exteen ซะนาน เนื่องจากจริงๆ แล้วมีบล๊อกของตนเอง ในพท. ของตัวเอง แอบเอาไว้ เอาไว้ใช้แทนไดอารี่ ระบายความในใจ แต่สงสัยจะระบายมากเกินไป เซิฟเวอร์รับไม่ได้ สุดท้ายเซิฟเวอร์เจ๊ง ไม่มีการแบ๊คอัพข้อมูล ซวยไป ของฟรีก็เงี้ย (คือเพื่อนชายใจดีคนนึงให้มา) สุดท้ายเจ๊งหมด เว็บที่ไว้หางานอีกเว็บนึงด้วย เจ็บใจนัก เพื่อนชายคนเดิม ก็ทำเว็บหางานให้ใหม่ แล้วก็บอกว่า "ไดอารี่จะเอามั๊ย?" ไม่เอาจะเอาไปให้คนอื่นเช่านะ ฮีคงอยากจะบอกว่า วันๆ ทำไรง่ะ ไร้สาระจิงๆ แต่ด้วยความที่ฮีเป็นผู้ชาย เลยไม่อยากจะด่าผู้หญิง (ขอบใจเพื่อนตรงนี้ที่ยังไว้หน้า) แล้วเพื่อนก็ชดเชยด้วยการให้พื้นที่เว็บหางานฟรี แต่ยึดพื้นที่ไดอารี่เลิฟๆ ของตรูไป ก็ดีฟะ ไม่ต้องเสียตังค์ห้าร้อย ค่าเช่าพท. เว็บ มีงานไว้ทำ ดีกว่าไม่มีเนอะ

หลังจากนั้น ชั้นก็ย้ายบ้านไปอยู่ bloggang จะว่านินทาบ้านใหม่ตัวเองก็ยอมเว้ย จริงๆ ชั้นรู้สึกว่า bloggang แฮ้งค์บ่อยมาก แต่ตอนนี้ชั้นคุ้นเคย ตกแต่งบ้านใหม่ได้สวยเช้งกระเด๊ะ แล้ว ก็เลยไม่ได้โผล่หัวมาเสนอหน้าที่ exteen บ่อยๆ ก็ด้วยธุรกิจการงานส่วนนึง (ส่วนน้อยน่ะ) ขี้เกียจส่วนนึง (ส่วนมากเลยอันนี้)

ต่อไปชั้นก็จะมาอัพเดทบ้าง ก็พยายามจะทำตัวให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอยู่ ถ้ามีสาระความงามดีๆ (นอกเหนือจากสาระแน) ก็จะมาเล่าสู่กันฟังละกัน

กราบสวัสดีพ่อแม่พี่น้อง ไว้ตรงนี้เลยละกันนะเคอะ


กลับมาแระ ขอแนะนำตัวเองเล็กน้อย
ข้อมูลส่วนตั๊วส่วนตัวมาก แต่อยากบอก

มนุษย์... เพศหญิง (เห็นเขียนแบบนี้อย่าคิดว่าเป็นกะเทยนะยะ)
อายุ ไม่บอกดีกว่า เกิดปี 19xx (เกิดมาจากการ XXX กันของคนเรานี่แหละ)
อาชีพ ขายเสียงและสมอง (แต่ไม่ขายร่างกาย แล้วก็ไม่ใช่นักร้องด้วย)


2007/Oct/03

ภาพประกอบขั้นตอนทำ DERMAROLLER

ข้อมูลในบล๊อกนี้ก๊อปมาจากบล๊อกอีกบล๊อกที่เราเปิดที่บล๊อกแก๊งค์ เจตนาไม่ได้จะเอามาโปรโมท หรือยิงลิ้งค์ไปที่บล๊อกโน๊นนะ เพียงแต่มีเพื่อนอีกคนแนะนำว่า เรื่องนี้มีคนสนใจมาก ควรนำมาชี้แจงแถลงไข ให้รู้โดยทั่วกัน เพื่อเป็นความรู้ประกอบการตัดสินใจให้กับคนอยากงาม

สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าการทำ Dermaroller คืออะไร? ขอเชิญอ่านได้ตามเนื้อหา และ ลิ้งค์ข้างล่างนี้ บอกคร่าวๆ ว่ามันคือวิธีการหนึ่ง ที่แจ่มแจ๋ว มากๆ และดีที่สุด รองจาก Fraxel Laser เลยก็ว่าได้ เห็นผลเทียบเท่า Fraxel ในการทำสองครั้ง กำจัดหลุมสิว รอยแผลเป็น และฝ้าได้ เทพจริงๆ

ปัญหาผิวพรรณที่ทำการรักษาด้วย Skin Needling (ก็คือ Dermaroller นั่นแหละ)
1. การรักษารอยหลุมจากสิว : พบว่าการเพิ่มคอลลาเจนในชั้นแท้ เพื่อทำให้รอยหลุมสิวเต็มขึ้น เดิมไม่ว่าทำการรักษาด้วย IPL,เลเซอร์ Cool touch,Smoothbeam พบว่า ต้องทำหลายครั้ง และเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่ได้ผลเพียงระดับหนึ่ง(ไม่มากนัก) จึงคิดว่าน่าจะเกิดจากการกระตุ้นคอลลาเจนลงไม่ลึกพอ จึงคิดค้นวิธีใหม่ โดยการทำให้เกิดจากบาดเจ็บในชั้นที่ลึกกว่านี้ และยังได้ทำลายพังผืด (Fibrosis) ที่ยึดที่รอยหลุดให้หลุดออกด้วย ซึ่งหลักการ Skin Needling นี้มีการพิสูจน์ว่าได้ผลจริง ซึ่ง ได้ใช้หลักการคล้ายกับการเจาะด้วยเลเซอร์ให้เกิดรูเล็กๆ ด้วยเทคนิค Fractional Photothermolysis (Fraxel) ที่เกิดเขียนบทความไว้แล้วที่นี่ http://www.clinicneo.co.th/2007/detailcolumn.php?grp=9&&col_id=301
2. การรักษาริ้วรอย : ริ้วรอยเหี่ยวย่นตามอายุ เกิดจากการลดลงของคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวพรรณขาดความยืดหยุ่น การฉีดลดริ้วรอยด้วยโบท็อกซ์ก็เป็นการได้ผลเพียง ชั่วคราวและต้องฉีดหลายครั้ง และได้ผลดีเฉพาะหางตา หัวคิ้ว และหน้าผาก แต่ริ้วรอยเล็กๆ อื่นๆ ยังมีข้อจำกัด ขณะที่เลเซอร์ทั้งหลายก็ได้ผลระดับหนึ่ง และมีผลข้างเคียงได้ แต่วิธีการ Skin Needling สามารถลงได้ลึกตามต้องการ และทำด้วยมือแพทย์ จึงควบคุมได้ง่ายกว่า และไม่ทำลายผิวหน้าชั้นบนอีกด้วย
3. การรักษาฝ้าลึก : ปัจจุบันการรักษาฝ้าลึก (Dermal Melasma ) ยังคงเป็นปัญหาหนักอก สำหรับแพทย์และคนไข้ เพราะยังไม่มีวิธีใดรักษาได้หายขาด 100 % มีการทดลองด้วยวิธี Skin Needling พบว่าเมื่อผิวหนังชั้นหนังแท้(รวมทั้งฝ้า) ได้ถูกทำให้เนื้อเยื่อบาดเจ็บ แล้วเกิดการซ่อมแซมสร้างเนื้อเยื่อใหม่ พบว่าฝ้าได้จางลงด้วย โดยไม่ทราบกลไกที่เกิดชัดเจน ขณะเดียวกันยาที่ใช้ก็มีสรรพคุณเป็นไวเทนนิ่ง ได้ซึมลึกเข้าไปยับยั้งการสร้างเม็ดสี ซึ่งพบว่าวิธีนี้ได้ผลมากกว่าการทายาถึง 40 เท่า เช่นเดียวกับการรักษาฝ้าด้วย เทคนิค Fractional Photothermolysis (Fraxel) ที่มีรายงานในการรักษาฝ้า เช่นกัน
4. Rejuvenation : พบว่าในคนไข้ที่ทำ Skin Needling หลายๆ ครั้ง พบว่าสภาพผิวโดยรวม (Texture) ดีขึ้น ดูอ่อนเยาว์ลง เพราะสังเกตได้ว่า รูขุมขนกระชับขึ้น ริ้วรอยเล็กๆ รอบดวงตาดีขึ้น ผิวหน้าขาวใสขึ้น

Special thanks : ข้อมูลจากเว็บคลีนิคนีโอ


ก่อนทำต้องทายาชาทิ้งไว้ก่อนจ้า


คำบรรยาย..น้องบิวแปลให้เราคร่าวๆ น่ะ เรามือไม่ถึง เราเป็นล่ามญี่ปุ่นอะ แปลอังกฤษไม่เก่ง (ออกตัวไว้ก่อน)

ขั้นแรกทา local anasthesia (ยาชา)ทิ้งไว้ประมาณ 30 - 60 นาที ก่อนจะกลิ้งต้องเช็ดยาชาออก


แล้วทำ disinfect skin (คาดว่าคงเป็นการฆ่าเชื้อมั้ง) ด้วยเบต้าดีน หรืออะไรก็ได้ที่ใช้ฆ่าเชื้อ แต่ห้ามแอลกอฮอล์


รูปนี้เราดูแล้วหยองมากเลย ตอนแรกนึกว่าเป็นเลือด แต่ตอนหลังมาอ่านเห็นว่าเป็นเบต้าดีน เลยโล่งอก


ระหว่างทำ ผู้ป่วยจะรู้สึกเหมือนแปรงกลิ้งถูอยู่บนหน้า ไม่ควรกดเข็มหนักเกินไป และเข็มต้องคมทุกครั้ง เพื่อที่จะสามารถทะลุผ่านเนื้อเยื่อได้ การกดหนัก ไม่ได้ทำให้ผลออกมาดี เพราะฉะนั้นควรกดโดยใช้แรงที่ 500 กรัม มิฉะนั้นจะทำให้เกิดเลือดออกในเนื้อเยื่อ

เลือดออกจิงๆ ด้วย ตอนเราถูกหมอกระทำ เราหลับตาไว้ เลยไม่เคยรู้ว่าเลือดออกมาแค่ไหน ...คิดแล้วหยอง

เค้าบอกว่าหากกลิ้งรอบดวงตาและรอบปาก ควรใช้ชนิด MS4 อ้าวแย่แระ แสดงว่าคนที่จะลบรอยย่นรอบดวงตานี่ต้องใช้ลูกกลิ้งต่างชนิดกันละสิเนี่ย เหอๆ เพิ่งรู้วันนี้

นี่กลิ้งรอบปาก ใช้แบบ MS4 เหมือนกัน การกลิ้งต้องกลิ้งแนวตั้ง แนวนอน ซ้าย ขวา เพื่อให้แน่ใจว่าทะลุถึงผิวหนังแท้

หลังจากเสร็จแล้วทำความสะอาดผิวหนังด้วยการฆ่าเชื้อ

หลังจากทำเสร็จให้ประคบเย็น (แต่ไม่ใช้น้ำแข็ง) แล้วก็มาร์ควิตามินซี C20

สำหรับรอยแผลที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นต้องดูแลเป็นพิเศษ อาจใช้วาสลีนเพื่อให้ความชุ่มชื้นผิว หลังทำไม่ควรออกแดดหนึ่งสัปดาห์ รอยแดงจะหายไปภายใน 2 - 4 วัน การสร้างคอลลาเจนของผิวต้องใช้เวลา (เค้าบอกว่ามันไม่ใช่ว่าจะสวยปุ๊บหลังทำนะจ๊ะต้องให้เวลาผิวฟื้นฟูคอลลาเจนจ้ะ)


Credit ภาพประกอบจากเว็บ :

Dermaroller.de และขอขอบคุณน้องบิวสำหรับข้อมูลดีๆ ที่นำมาฝากกันในค่ำคืนที่ผ่านมาจ้า สำหรับผลทานของความรู้เรื่องความงามในครั้งนี้ขอให้คุณน้องหล่อยิ่งๆ ขึ้นไปนะจ๊ะ


edit @ 2007/10/03 01:33:33

edit @ 2007/10/03 01:49:20

2007/Jan/26

ในที่สุดชั้นก็ควบแท๊กซี่ไปกำจัดขน...

ออกจากฐานทัพบางนาตราด กม. 6 ด้วยความกลัวว่าจะไม่ทัน เพราะรถติดเหลือหลาย คุณแท๊กซี่ก็ดันไม่รู้จักอีกว่าพัฒนาการ 57 นั้นมันอยู่ฝั่งไหนกันแน่ ซ้ายหรือขวา ฮ่วย! แล้วนี่จะไปรบยังไงฟะ สงครามปราบเต่าของเหล่าเจไดที่ขึ้นยานอวกาศลำที่ไม่รู้ Destination (จุดหมายปลายทาง) เนี่ย

ในที่สุด ก่อนจะถึงจัสโก้ ชั้นก็โทรไปถามที่ดร. ยังเกอร์...เค้าบอกว่าอยู่ฝั่งจัสโก้ค่า...โอเค ลุยโลด..ลุง...แต่ขอโทษ รถมันติดไม่ค่อยจะขยับ... แต่ในที่สุดก็ไปถึงจนได้

บรรยากาศในร้านดูเก่าๆ หมองๆ ผิดกับที่จินตนาการไว้ลิบลับว่ามันจะต้องหรู เพราะรายการโปรโมชั่นบัตรเครดิต มักจะชอบจับคู่กับคลีนิคหรู เลยคิดในใจว่า ถ้าเป็นสาขาสุขุมวิทคงดูดีกว่านี้ ตรูมาผิดที่ชัดๆ

มาถึงหกโมงเย็นตามนัดเป๊ะ พอยื่นบัตรประชาชนแล้วก็รอ ร้อ รอ..รอไปเถอะ ทำให้หงุดหงิดชะมัด 30 นาทีผ่านไป ไม่มีไรเกิดขึ้น...ลูกค้ารายแล้วรายเล่า เข้าไปพบหมอ แต่ชั้นยังต้องรอ.. เอ่อนี่..คุณ..ถ้าชั้นมาแบบเสียเงินไม่ใช่มาเอาของฟรีเนี่ย จะบริการรวดเร็วกว่านี้ไหม?

ในที่สุด 18.35 น. พยาบาลผู้ช่วยหมอก็ออกมา แต่ไม่ได้มาเรียกชั้น ชีเรียกคนอื่นเข้าไปอีก ชั้นซึ่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่นานมาก ด้วยความโมโหหิว.. เลยวางหนังสือพิมพ์ลง และใช้สายตาจิกนังพยาบาลคนนั้น จ้องราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หลังจากนั้นชั่วครู่เดียว พยาบาลก็มาเรียกชั้นให้เข้าไปรอในห้อง

ชั้นเดินไปด้วยความหงุดหงิด พยาบาลบอกว่า "นั่งรอก่อนนะคะ ให้คุณหมอดูขนสักครู่" งง..ทำไมต้องดูด้วยฟะ ขนคนเรามันก็เหมือนๆ กันแหละน่า ในที่สุดหมอก็เข้ามา..ดร.ยังเกอร์จิงๆ ด้วย อ๋อ..ที่แท้ก็ยังหนุ่มเลยเล่นตัวเล็กๆ

หมอมาถึงก็บอกชั้นว่า "ขึ้นเตียงได้เลยครับ" แหม หมอเนี่ย อะไรก็ไม่รู้ มาถึงก็จับเราขึ้นเตียง โดยไม่ดูขนเราสักนิด

พยาบาลก็มีดโกนมาโกนขนตรู...แกรกๆ (เสียงได้อารมณ์มั๊ย) แล้วนี่ทำไมตอนแรกที่ชั้นจะมาอาทิตย์ที่แล้วพยาบาลถามว่ากำจัดขนไปเมื่อไหร่ ขนขึ้นหรือยัง ต้องรอให้ขนขึ้นก่อนนะคะ ..แล้วพอขึ้นแล้วพยาบาลก็มาโกนออกอีกเนี่ยนะ..บ้าป่าวพอมาถึงก็มาโกน แหมตรูอุตส่าห์เลี้ยงไว้

หลังจากโกนขนเต่าเสร็จ พยาบาลก็เอาหัวเป่ามาเป่าขนออกไป เหลือแต่เต่าเกลี้ยงเกลา และจัดแจงเอาเจลเย็นๆ มาทาบางๆ และเอาผ้ามาปิดตาชั้นไว้..หมอก็ส่งสัญญาณว่า "จะยิงแล้วนะครับ" ยิงจึ๊ก...โอ๊ย..แสบๆ..ร้อนๆ โอ๊ยหมอ..ยิงครั้งแรกนี่สะดุ้งนิดๆ เลยแหละ ขนาดชั้นผจญแสงเลเซอร์มาหลายครั้งแล้วนะเนี่ย และไอ้หัวยิงเลเซอร์มันก็ติดพัดลมไว้เป่าเต่าไม่ให้ร้อนด้วย ไม่ถึงสองนาทีเลยเสร็จแล้ว..อะไรฟะ อ้าวต่อกันอีกข้าง... โอ๊ยแสบๆ ร้อนๆ..พอยิงเสร็จพยาบาลคนเดิมก็เอาเจลมาทา หมอถามว่า "เจ็บไหมครับ" ...อื้ม "ก็ร้อนๆ คะ ไม่ได้เจ็บไรมาก"

จากนั้นก็เป็นจริงอย่างที่เพื่อนตาล..แซวในเมล์ตอนที่เราบอกว่าจาไปยิงเลเซอร์ที่เต่า..หลังจากนั้นจะไปกินฟูจิปลอบใจน้องเต่า..ตาลบอกว่า "ระวังต้องถ่างแขนกินฟูจินะ" เพราะอาจจะเจ็บจนหุบจั๊กกะแร้ไม่ได้...

ชั้นเดินใส่เสื้อสายเดี่ยวออกมานอกห้อง รับบัตรประชาชน พร้อมยาทาเต่าลดการอักเสบมา และหาแท๊กซี่กลับบ้าน.. สักพักอาการแสบๆ ก็หายไป ชั้นกเลยใส่เสื้อคลุมตามเดิม มานั่งวิเคราะห์ในรถก็คิดว่า..มันคล้ายๆ เลเซอร์ IPL ธรรมดาๆ นี่แหละ แต่ทางร้านไม่ยอมเอาเจลเย็นๆ กว่านี้มาทาให้ ก็เลยแสบ เมื่อก่อนชั้นยิง IPL ที่หน้า หมอทาเจลเย็นๆ จัดๆ ให้ และประคบเย็นหลังทำด้วย ก็เลยไม่แสบเท่านี้...นี่แหละน๊า ทำฟรีก็แบบเนี้ย ประหยัดเจลเชียว จริงๆ ชั้นอยากกำจัดขนหนวดด้วยนะเนี่ย แต่มาคิดๆ แล้วขนาดเต่ายังแสบร้อนปานนี้ หนวดตรูไม่แสบแย่เหรอฟะเนี่ย

สรุปผลการลองของจริง

ชั้นจะไม่ไปทำอีกแล้วละ ไม่ใช่กลัวเจ็บนะ แต่กลัวจน คอร์สนึงตั้ง 2-3 หมื่น เหตุผลข้อสอง เต่าไม่ใช่ส่วนสำคัญเท่าใบหน้าหรอก..ชั้นไม่เคยคิดจะทำศัลกรรมที่เต่ามาก่อนเลย ไว้ถ้าชั้นอยากเป็นพรีเซ็นเตอร์ยาระงับกลิ่นเต่า พวกเรโซนา..นีเวียแล้วค่อยมาว่ากัน ถ้าเต่าทำมาหากินได้ชั้นก็ยินดีจะทำให้มันสวย

และขอประกาศเลยว่าชาตินี้จะไม่เข้าร้านดร. ยังเกอร์อีกแล้ว เพราะรู้สึกว่าเค้าบริการคนไม่เท่าเทียมกันเลย พอทำฟรีก็ไม่สนใจเลย ไม่คิดบ้างรึงาย ว่าถ้าปฏิบัติกับเค้าดีๆ แล้วเค้าจะติดใจมาทำอีกน่ะ..ชั้นมีกะตังค์นะเว้ย

ตอนแรกที่ว่าจะถามร้านนี้เรื่องทำ Dermaroller (เอาลูกกลิ้งเข็มมากลิ้งหน้า ทำให้เกิดการกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิวจำนวนมาก เพื่อรักษารอยหลุมสิว) ชั้นเลยเปลี่ยนใจไม่ถาม ไม่ทำแล้ว..ไปทำที่ร้านหมอธานินทร์ที่ศรีราชาบ้านเกิด ยังจะดีซะกว่า เห็นชัดๆ ว่าร้านเนี้ย ขี้เหนียวตัวยา ไปทำกะหมอธานินทร์นะ เมียหมอที่ซี้กะชั้นคงลงน้ำยาให้ไม่ยั้ง คราวที่แล้วไปฉีดรกแกะ ก็หน้าชุ่มโชกมากๆเลย ...ไว้จะมารีวิวเรื่องฉีดรกแกะ กับทำเดอร์มาโรลเลอร์ให้ฟังนะ.. ชั้นตัดสินใจทำเดอร์มาโรลเลอร์แล้ว..คอร์สละ 23,000 ตามที่ตกลงไว้กะเมียหมอ (ที่กรุงเทพ ตกคอร์สละ 25,000 - 30,000) หลังจากสืบราคาแล้วก็เลยตัดสินใจทำที่ร้านเก่าเจ้าเดิม



koalachan
View full profile